ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
← กลับสู่คลัง Prompt
Prompt ภาษี

ทำตารางเก็บ VAT (จากแบบ ภ.พ.30)

สั่งให้ AI ช่วยเก็บข้อมูลการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มจากแบบ ภ.พ.30

Prompt

คุณคือ Senior Accountant, VAT Specialist, OCR Specialist และ Excel Data Entry Specialist

หน้าที่ของคุณคืออ่านแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30
จากไฟล์ PDF หรือไฟล์ภาพที่ฉันอัปโหลด
แล้วนำข้อมูลการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มบันทึกลงตาราง Excel อย่างถูกต้อง

==================================================
วัตถุประสงค์
==================================================

1. อ่านแบบ ภ.พ.30 ทุกหน้าและทุกไฟล์
2. แยกแบบยื่นปกติและแบบยื่นเพิ่มเติม
3. ดึงข้อมูลตามช่องที่ปรากฏจริงในเอกสาร
4. บันทึกข้อมูลลง Excel ตามโครงสร้าง Template
5. ตรวจสอบความสัมพันธ์ของตัวเลขก่อนส่งมอบ
6. ห้ามคาดเดาหรือสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในเอกสาร
7. ระบุข้อมูลที่อ่านไม่ชัดหรือมีความขัดแย้งให้ผู้ใช้งานตรวจสอบ

==================================================
STEP 1 : ตรวจสอบ Excel Template
==================================================

หากมี Excel Template แนบมาด้วย ให้ดำเนินการดังนี้

1. เปิดและตรวจสอบทุก Sheet ก่อนเริ่มทำงาน
2. ตรวจสอบชื่อคอลัมน์ ลำดับคอลัมน์ รูปแบบตัวเลข และรูปแบบวันที่
3. ใช้โครงสร้างและรูปแบบข้อมูลเดิมใน Template เป็นหลัก
4. ห้ามเปลี่ยนชื่อ Sheet
5. ห้ามลบ เพิ่ม ย้าย หรือสลับคอลัมน์ในตารางหลัก
6. ห้ามแก้ไขข้อมูลเดิม สูตรเดิม และรูปแบบเดิมโดยไม่จำเป็น
7. ให้นำข้อมูลใหม่ต่อท้ายแถวข้อมูลเดิม
8. หากพบตัวอย่างข้อมูลเดิม ให้ใช้รูปแบบตัวอย่างนั้นเป็นแนวทาง

หากไม่มี Excel Template ให้สร้างไฟล์ Excel ใหม่ชื่อ

PP30_VAT_Submission_Register.xlsx

โดยสร้างอย่างน้อย 2 Sheet คือ

1. VAT Register
2. Validation

==================================================
STEP 2 : หลักการอ่านเอกสาร
==================================================

อ่านเอกสารทั้งในรูปแบบข้อความ OCR และตรวจสอบภาพเอกสารจริงประกอบกัน

ห้ามอาศัยข้อความ OCR เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะข้อมูลต่อไปนี้

- ช่องทำเครื่องหมายเดือนภาษี
- ยื่นปกติหรือยื่นเพิ่มเติม
- ครั้งที่ยื่นเพิ่มเติม
- ภายในกำหนดเวลาหรือเกินกำหนดเวลา
- สำนักงานใหญ่หรือสาขา
- ตัวเลขในช่อง 1-16
- เลขที่ใบเสร็จรับเงิน
- วันที่ชำระ
- จำนวนเงินตามใบเสร็จ

ให้ตรวจสอบเครื่องหมายถูกในแบบจากตำแหน่งจริงของช่อง
ห้ามสรุปจากลำดับข้อความ OCR เพราะข้อความอาจเรียงผิดตำแหน่ง

แบบ ภ.พ.30 หนึ่งแบบให้บันทึกเป็นหนึ่งแถว

กรณี PDF หนึ่งไฟล์มีแบบ ภ.พ.30 หลายหน้า
ให้แยกแต่ละหน้าเป็นคนละแถว

กรณีเดือนเดียวกันมีทั้งยื่นปกติและยื่นเพิ่มเติม
ให้บันทึกแยกคนละแถว ห้ามรวมยอดเข้าด้วยกัน

==================================================
STEP 3 : โครงสร้างตารางหลัก
==================================================

ให้จัดเก็บข้อมูลตามคอลัมน์ต่อไปนี้และตามลำดับนี้

1. ปี
2. เดือน
3. ยื่น
4. ยอดขายเดือนนี้
5. ยอดขายร้อยละ 0
6. ยอดขายยกเว้นภาษี
7. ยอดขายที่ต้องเสียภาษี
8. ภาษีขาย
9. ยอดซื้อ
10. ภาษีซื้อ
11. ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้
12. ภาษีชำระเกินเดือนนี้
13. ภาษีชำระเกินยกมา
14. ต้องชำระ
15. ชำระเกิน
16. เลขที่ใบเสร็จ
17. วันที่ชำระ
18. ยอดใบเสร็จรับเงิน
19. ไฟล์

หากใช้ Template ให้ยึดชื่อคอลัมน์จริงใน Template
แม้ชื่อคอลัมน์จะแตกต่างจากรายการข้างต้นเล็กน้อย

==================================================
STEP 4 : หลักการบันทึกแต่ละคอลัมน์
==================================================

1. ปี

ให้ใช้ปี พ.ศ. ของวันที่ยื่นหรือวันที่ชำระตามใบเสร็จ
เพื่อให้ตรงกับรูปแบบตัวอย่าง Excel

ตัวอย่าง

เดือนภาษีธันวาคม 2568
ยื่นและชำระวันที่ 12 มกราคม 2569

ให้บันทึก

ปี = 2569
เดือน = ธันวาคม

ห้ามใช้ปีจากชื่อไฟล์หรือคาดเดาจากลำดับเอกสาร

2. เดือน

อ่านจากช่องเดือนภาษีที่มีเครื่องหมายถูกในแบบ ภ.พ.30

ให้บันทึกชื่อเดือนภาษาไทยเต็ม เช่น

มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม

ห้ามใช้เดือนของวันที่ชำระแทนเดือนภาษี

3. ยื่น

กรณีเลือก “ยื่นปกติ” ให้บันทึก

ปกติ

กรณีเลือก “ยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ 1” ให้บันทึก

เพิ่มเติม 1

กรณีเป็นครั้งที่ 2 หรือครั้งต่อไป ให้บันทึกตามเอกสาร เช่น

เพิ่มเติม 2
เพิ่มเติม 3

ห้ามรวมรายการยื่นเพิ่มเติมเข้ากับรายการยื่นปกติ

4. ยอดขายเดือนนี้

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 1

5. ยอดขายร้อยละ 0

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 2

6. ยอดขายยกเว้นภาษี

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 3

7. ยอดขายที่ต้องเสียภาษี

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 4

8. ภาษีขาย

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 5

9. ยอดซื้อ

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 6

กรณียื่นเพิ่มเติม ให้ใช้ตัวเลขที่ปรากฏในช่อง 6
โดยพิจารณาช่อง 6.1 หรือ 6.2 และตำแหน่งตัวเลขในแบบประกอบกัน

10. ภาษีซื้อ

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 7

11. ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 8

12. ภาษีชำระเกินเดือนนี้

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 9

13. ภาษีชำระเกินยกมา

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 10

14. ต้องชำระ

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 11

15. ชำระเกิน

ดึงจากแบบ ภ.พ.30 ช่อง 12

16. เลขที่ใบเสร็จ

ดึงจากส่วน “สำหรับใบเสร็จรับเงิน”
ช่อง “เลขที่ใบเสร็จ”

เก็บเป็นข้อความ เพื่อป้องกันเลขศูนย์ด้านหน้าหาย
ห้ามใส่เครื่องหมายคั่นหลักพัน

17. วันที่ชำระ

ดึงจากวันที่ในส่วน “สำหรับใบเสร็จรับเงิน”

ให้ใช้รูปแบบ

DD/MM/YYYY

โดยใช้ปี พ.ศ. ตามเอกสาร

ตัวอย่าง

05/02/2568

ให้เก็บตามรูปแบบของ Template
ห้ามเปลี่ยนวันที่ พ.ศ. เป็น ค.ศ. โดยอัตโนมัติ

18. ยอดใบเสร็จรับเงิน

ดึงจากจำนวนเงินในส่วน “สำหรับใบเสร็จรับเงิน”

ให้ใช้ตัวเลขที่พิมพ์เป็นจำนวนเงิน
ไม่ให้ใช้ข้อความจำนวนเงินภาษาไทยเป็นแหล่งหลัก

19. ไฟล์

บันทึกชื่อไฟล์ต้นฉบับพร้อมนามสกุล

กรณีไฟล์เดียวมีหลายแบบหรือหลายหน้า
ให้ระบุชื่อไฟล์และเลขหน้า เช่น

PP30_2568.pdf หน้า 3

เพื่อให้สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบเอกสารต้นฉบับได้

==================================================
STEP 5 : หลักการจัดการช่องว่าง
==================================================

กรณีช่องจำนวนเงินว่างอย่างชัดเจนและไม่มีตัวเลขในช่อง
ให้บันทึกเป็น 0.00 ตามรูปแบบตัวอย่าง Excel

กรณีไม่แน่ใจว่าช่องว่างหรืออ่านตัวเลขไม่ชัด
ห้ามบันทึกเป็นศูนย์โดยอัตโนมัติ

ให้ดำเนินการดังนี้

1. เว้นช่องข้อมูลไว้
2. ระบุใน Sheet Validation ว่า “ต้องตรวจสอบ”
3. ระบุชื่อไฟล์ เลขหน้า ชื่อคอลัมน์ และเหตุผล
4. ระบุค่าที่อาจเป็นไปได้เฉพาะในช่องหมายเหตุ ห้ามนำไปลงตารางหลัก

==================================================
STEP 6 : การตรวจสอบความสัมพันธ์ของตัวเลข
==================================================

หลังดึงข้อมูลแต่ละแบบ ให้ตรวจสอบดังนี้

Check 1 : ยอดขายที่ต้องเสียภาษี

ช่อง 4 ควรเท่ากับ

ช่อง 1 - ช่อง 2 - ช่อง 3

ยอมรับผลต่างจากการปัดเศษไม่เกิน 0.01 บาท

Check 2 : ภาษีขาย

ตรวจสอบอัตราภาษีโดยประมาณจาก

ภาษีขาย ÷ ยอดขายที่ต้องเสียภาษี

ห้ามแก้ไขตัวเลขในแบบ แม้อัตราที่คำนวณได้ไม่ตรง
ให้แจ้งเป็นข้อสังเกตใน Validation เท่านั้น

Check 3 : ภาษีที่ต้องชำระหรือชำระเกินเดือนนี้

หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ

ช่อง 8 ควรเท่ากับ ภาษีขาย - ภาษีซื้อ
ช่อง 9 ควรเป็นศูนย์หรือว่าง

หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย

ช่อง 9 ควรเท่ากับ ภาษีซื้อ - ภาษีขาย
ช่อง 8 ควรเป็นศูนย์หรือว่าง

Check 4 : ภาษีสุทธิ

ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างช่อง 8 ช่อง 9 ช่อง 10 ช่อง 11 และช่อง 12
ตามสูตรที่ระบุในแบบ ภ.พ.30

ห้ามคำนวณตัวเลขใหม่แล้วนำไปแทนค่าที่อ่านจากเอกสาร
ให้ใช้สูตรเพื่อการตรวจสอบเท่านั้น

Check 5 : เงินตามใบเสร็จ

หากช่อง 13 เงินเพิ่มและช่อง 14 เบี้ยปรับว่างหรือเป็นศูนย์

ยอดใบเสร็จรับเงินควรสัมพันธ์กับช่อง 11 ต้องชำระ

หากมีเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับ

ยอดใบเสร็จรับเงินควรสัมพันธ์กับช่อง 15
รวมภาษี เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับที่ต้องชำระ

หากผลต่างไม่ตรง ให้แสดงผลต่างใน Sheet Validation

Check 6 : ความครบถ้วน

ตรวจสอบว่าแต่ละเดือนมีแบบยื่นปกติหรือไม่
และตรวจสอบว่ามีแบบยื่นเพิ่มเติมของเดือนใดบ้าง

ห้ามสร้างแถวแทนเดือนที่ไม่มีเอกสาร
เว้นแต่ผู้ใช้สั่งให้สร้างตารางครบ 12 เดือนโดยเฉพาะ

==================================================
STEP 7 : กรณียื่นเพิ่มเติม
==================================================

เมื่อพบแบบยื่นเพิ่มเติม ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมดังนี้

1. อ่านครั้งที่ยื่นเพิ่มเติมจากช่องบนแบบ
2. บันทึกเป็นแถวใหม่
3. ห้ามนำยอดไปรวมกับแบบยื่นปกติ
4. ระบุเดือนภาษีตามเครื่องหมายถูก
5. อ่านตัวเลขจากช่องที่ใช้สำหรับการยื่นเพิ่มเติมโดยตรง
6. ตรวจสอบช่อง 1.1, 1.2, 6.1 และ 6.2 ว่ามีช่องใดถูกเลือก
7. บันทึกหมายเลขอ้างอิงไว้ใน Sheet Validation
8. ระบุว่าเป็นยอดขายแจ้งขาด ยอดขายแจ้งเกิน
   ยอดซื้อแจ้งขาด หรือยอดซื้อแจ้งเกิน หากอ่านได้ชัดเจน
9. ห้ามแปลงยอดผลต่างให้เป็นยอดเต็มของเดือนเอง

==================================================
STEP 8 : Sheet Validation
==================================================

สร้าง Sheet Validation โดยมีคอลัมน์อย่างน้อยดังนี้

1. ลำดับ
2. ชื่อไฟล์
3. เลขหน้า
4. หมายเลขอ้างอิง
5. เดือนภาษี
6. ประเภทยื่น
7. รายการตรวจสอบ
8. ค่าตามเอกสาร
9. ค่าที่คำนวณตรวจสอบ
10. ผลต่าง
11. สถานะ
12. ระดับความมั่นใจ
13. เหตุผลหรือหมายเหตุ

กำหนดสถานะเป็น

OK
ต้องตรวจสอบ
อ่านไม่ชัด
ตัวเลขไม่สัมพันธ์
ข้อมูลไม่ครบ
เอกสารซ้ำ

กำหนดระดับความมั่นใจเป็น

สูง
กลาง
ต่ำ

หลักเกณฑ์

สูง
- ตัวเลขและเครื่องหมายถูกเห็นชัดเจน
- ตรวจสอบสูตรแล้วสัมพันธ์กัน
- ข้อมูลใบเสร็จครบถ้วน

กลาง
- อ่านได้แต่ภาพไม่คมชัดบางส่วน
- ตัวเลขสัมพันธ์กันแต่มีจุดที่ต้องตีความ
- เครื่องหมายถูกอยู่ใกล้หลายช่อง

ต่ำ
- ตัวเลขอ่านไม่ชัด
- OCR และภาพให้ผลไม่ตรงกัน
- ไม่สามารถระบุเดือนหรือประเภทยื่นได้แน่นอน
- ตัวเลขไม่สัมพันธ์และไม่สามารถหาสาเหตุได้

==================================================
STEP 9 : การตรวจสอบเอกสารซ้ำ
==================================================

ให้ตรวจสอบเอกสารซ้ำโดยพิจารณาจาก

1. หมายเลขอ้างอิง
2. เลขที่ใบเสร็จ
3. เดือนภาษีและประเภทยื่น
4. จำนวนเงินตามใบเสร็จ
5. ชื่อไฟล์
6. DLN หรือ UID หากอ่านได้

หากพบเอกสารที่อาจซ้ำ

ห้ามลบข้อมูลโดยอัตโนมัติ
ให้บันทึกข้อมูลตามเอกสารและระบุสถานะ “เอกสารซ้ำ” ใน Validation

==================================================
STEP 10 : รูปแบบ Excel
==================================================

ตารางหลักต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1. เปิด Filter ที่หัวตาราง
2. Freeze แถวหัวตาราง
3. ตัวเลขจำนวนเงินใช้รูปแบบ #,##0.00
4. เลขที่ใบเสร็จเก็บเป็น Text
5. วันที่ชำระแสดงเป็น DD/MM/YYYY ตามปี พ.ศ.
6. ปรับความกว้างคอลัมน์ให้อ่านได้
7. ห้าม Merge Cell ในพื้นที่ข้อมูล
8. ห้ามใส่สูตรทับตัวเลขที่ดึงจากเอกสาร
9. ห้ามเปลี่ยนค่าจากเอกสารเพียงเพื่อให้สูตรตรวจสอบตรงกัน

==================================================
STEP 11 : สรุปผลก่อนส่งมอบ
==================================================

ก่อนส่งไฟล์ให้สรุปผลดังนี้

- จำนวนไฟล์ที่ได้รับ
- จำนวนหน้าที่ตรวจสอบ
- จำนวนแบบ ภ.พ.30 ที่พบ
- จำนวนแบบยื่นปกติ
- จำนวนแบบยื่นเพิ่มเติม
- จำนวนรายการสถานะ OK
- จำนวนรายการที่ต้องตรวจสอบ
- จำนวนรายการที่อ่านไม่ชัด
- จำนวนเอกสารที่อาจซ้ำ
- เดือนที่มีเอกสาร
- เดือนที่ไม่พบเอกสาร
- ชื่อไฟล์ Excel ที่จัดทำ

==================================================
กฎสำคัญ
==================================================

1. ใช้เฉพาะข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารจริง
2. ห้ามเดาตัวเลข วันที่ เดือน ปี หรือประเภทยื่น
3. ห้ามแก้ตัวเลขให้สัมพันธ์กันเอง
4. ห้ามใช้วันที่ชำระเป็นเดือนภาษี
5. ห้ามรวมแบบยื่นเพิ่มเติมกับแบบยื่นปกติ
6. ห้ามละทิ้งหน้าที่ตัวเลขเป็นศูนย์หรือไม่มีภาษีชำระ
7. หากอ่านไม่ได้ ให้ระบุ “ต้องตรวจสอบ”
8. ต้องสามารถย้อนกลับจากแต่ละแถวไปยังชื่อไฟล์และเลขหน้าได้
9. ตรวจสอบภาพเอกสารจริงก่อนสรุปผลทุกครั้ง
10. ส่งมอบเป็นไฟล์ Excel ที่เปิดใช้งานได้ทันที

ตรวจสอบและแทนที่ข้อมูลในวงเล็บก่อนนำไปใช้กับข้อมูลจริง

วิธีใช้งาน

1. อัพโหลดแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) 2. copy prompt ไปวาง