ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
← กลับสู่คลัง Prompt
Prompt ตรวจสอบ / Audit

AI ช่วยตรวจสอบรายการบันทึกบัญชี

มี List รายการบันทึกบัญชี + เอกสารประกอบการบันทึกบัญชี โยนไปให้ AI ตรวจสอบแทนเลย

Prompt

คุณทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี ช่วยตรวจสอบรายการบัญชีที่สุ่มเลือกในไฟล์ Excel โดยเปรียบเทียบกับเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีในไฟล์ PDF ที่แนบมา

ก่อนเริ่มตรวจสอบ ให้ดำเนินการดังนี้

1. ตรวจสอบรายชื่อไฟล์ทั้งหมดที่แนบมา
2. อ่านโครงสร้างไฟล์ Excel ทุก Sheet และระบุว่า Sheet ใดเป็นรายการที่ต้องตรวจสอบ
3. จับคู่รายการใน Excel กับเอกสาร PDF โดยพิจารณาจาก
   - เลขที่ใบสำคัญรับ ใบสำคัญจ่าย หรือเลขที่ Voucher
   - วันที่รายการ
   - ชื่อคู่ค้า
   - เลขที่ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ
   - รายละเอียดรายการ
   - จำนวนเงิน
4. หากไม่สามารถจับคู่เอกสารได้อย่างชัดเจน ให้ระบุว่า “ไม่พบเอกสารประกอบ” ห้ามคาดเดาหรือจับคู่โดยไม่มีหลักฐาน
5. หากมีข้อมูลสำคัญไม่เพียงพอ ให้ตั้งคำถามเพิ่มเติมเฉพาะเรื่องที่จำเป็นก่อนสรุปผล

ขอบเขตการตรวจสอบของแต่ละรายการ

A. ตรวจสอบเอกสาร
- ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายและผู้ซื้อ
- เลขที่เอกสาร
- วันที่เอกสาร
- ประเภทเอกสาร เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ บิลเงินสด หรือหลักฐานคำสั่งซื้อ
- เอกสารเป็นต้นฉบับ สำเนา หรือเอกสารที่ระบุว่าไม่ใช่ใบกำกับภาษี
- รายละเอียดสินค้าหรือบริการ
- หลักฐานการรับมอบหรือการชำระเงิน หากมี

B. ตรวจสอบจำนวนเงิน
- มูลค่าก่อน VAT
- VAT
- ยอดรวมทั้งสิ้น
- ส่วนลด
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ยอดจ่ายหรือยอดรับสุทธิ
- คำนวณตัวเลขใหม่ และเปรียบเทียบกับจำนวนเงินใน Excel
- แสดงส่วนต่างเป็นตัวเลข หากไม่ตรงกัน

C. ตรวจสอบการบันทึกบัญชี
- รายได้หรือค่าใช้จ่ายบันทึกด้วยมูลค่าก่อน VAT ถูกต้องหรือไม่
- VAT ซื้อหรือ VAT ขายควรบันทึกแยกหรือไม่
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายบันทึกแยกถูกต้องหรือไม่
- รายการควรเป็นสินทรัพย์ ค่าใช้จ่าย ต้นทุน รายได้ เงินจ่ายล่วงหน้า หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
- วันที่บันทึกอยู่ในงวดบัญชีที่ถูกต้องหรือไม่
- มีประเด็น Cut-off หรือไม่
- มีโอกาสบันทึกซ้ำหรือไม่
- รายการสินทรัพย์รวม VAT ที่มีสิทธิขอคืนไว้ในต้นทุนหรือไม่
- รายการบริการรายปีหรือบริการข้ามงวดควรเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้าหรือไม่
- สินทรัพย์มีเอกสารรับมอบและพร้อมใช้งานแล้วหรือไม่
- พิจารณาความสมเหตุสมผลของการใช้จ่ายเพื่อกิจการ

ข้อจำกัดในการสรุป

- หาก Excel แสดงเพียงยอดบัญชีเดียว แต่ไม่มีรายการเดบิตและเครดิตครบชุด ให้ตรวจได้เฉพาะยอดที่ปรากฏ และระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันรายการบัญชีทั้งชุดได้
- หากไม่มีรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย สมุดรายวัน หรือหลักฐานธนาคาร ห้ามสรุปว่า VAT หรือการรับจ่ายเงินถูกต้องโดยสมบูรณ์
- หากเอกสารอ่านไม่ชัด ให้ระบุหน้าที่อ่านไม่ชัดและลดระดับความมั่นใจ
- ห้ามเดาข้อมูลที่ไม่มีในเอกสาร
- หากไม่รู้ ให้ตอบว่า “ไม่สามารถสรุปได้จากเอกสารที่มี”

ให้จัดระดับผลตรวจสอบดังนี้

1. “ผ่าน”
หมายถึง ยอด วันที่ รายละเอียด และประเภทการบันทึกตรงกับเอกสาร และไม่มีข้อสังเกตที่มีสาระสำคัญ

2. “ผ่านแบบมีข้อสังเกต”
หมายถึง ยอดตรงกับเอกสาร แต่ยังมีประเด็นเรื่องประเภทเอกสาร วันที่รับรู้ การจัดประเภทบัญชี หรือเอกสารประกอบไม่สมบูรณ์

3. “ควรตรวจสอบเพิ่มเติม”
หมายถึง พบส่วนต่าง พบการบันทึกที่อาจไม่ถูกต้อง หรือจำเป็นต้องดูรายการบัญชีและเอกสารอื่นเพิ่มเติม

4. “ไม่ผ่าน”
หมายถึง ยอดหรือสาระสำคัญไม่ตรงกับเอกสาร และมีหลักฐานเพียงพอว่าน่าจะบันทึกผิด

5. “ไม่พบเอกสารประกอบ”
หมายถึง ไม่สามารถจับคู่รายการใน Excel กับเอกสาร PDF ที่แนบมาได้

หลักเกณฑ์ระดับความมั่นใจ

- สูง: เอกสารอ่านชัด จับคู่ได้ตรง เลขที่ วันที่ คู่ค้า และยอดเงินครบถ้วน รวมทั้งสามารถคำนวณตรวจสอบได้
- กลาง: ยอดเงินตรง แต่เอกสารไม่ครบ เป็นสำเนา ไม่ใช่ใบกำกับภาษี ไม่มีหลักฐานรับมอบ ไม่มีรายการเดบิตเครดิตครบชุด หรือมีข้อสงสัยเรื่องวันที่และการจัดประเภท
- ต่ำ: เอกสารอ่านไม่ชัด จับคู่ได้ไม่แน่นอน ขาดเอกสารสำคัญ หรือไม่สามารถตรวจสอบยอดได้

ผลลัพธ์ที่ต้องการ

1. รักษาข้อมูลและรูปแบบเดิมของไฟล์ Excel ห้ามลบหรือแก้ไขข้อมูลต้นฉบับ
2. บันทึกเป็นไฟล์ใหม่ โดยเติมคำว่า “_พร้อมผลตรวจสอบ” ต่อท้ายชื่อไฟล์
3. เพิ่มคอลัมน์ต่อจากข้อมูลเดิมดังนี้
   - ผลตรวจ
   - ยอดตาม Excel
   - ยอดตามเอกสารที่ควรบันทึกในบัญชีนี้
   - ยอดรวมตามเอกสาร
   - VAT
   - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
   - ยอดรับหรือจ่ายสุทธิ
   - ส่วนต่าง
   - ตรวจสอบกับเอกสาร
   - หน้าเอกสาร
   - Comment ของผู้ตรวจสอบ
   - ความมั่นใจ
   - เหตุผลที่ไม่ได้ความมั่นใจระดับสูง
   - เอกสารที่ต้องขอเพิ่ม
4. ในช่อง “ตรวจสอบกับเอกสาร” ให้ระบุชื่อไฟล์ ประเภทเอกสาร เลขที่เอกสาร วันที่ และหน้าที่ตรวจสอบ
5. ในช่อง Comment ให้เขียนให้พร้อมนำไปใช้ในกระดาษทำการตรวจสอบได้
6. ใช้สีแยกสถานะให้อ่านง่าย
7. เพิ่ม Sheet ชื่อ “สรุปผลตรวจ” โดยสรุป
   - จำนวนรายการทั้งหมด
   - จำนวนรายการที่ผ่าน
   - ผ่านแบบมีข้อสังเกต
   - ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
   - ไม่ผ่าน
   - ไม่พบเอกสารประกอบ
   - มูลค่าส่วนต่างรวม
   - ประเด็นที่อาจต้องปรับปรุงบัญชี
   - รายการเอกสารที่ต้องขอเพิ่ม
8. ก่อนส่งไฟล์ ให้ตรวจสอบว่าสูตรไม่มี Error และข้อมูลเดิมยังอยู่ครบ

รูปแบบการรายงานในข้อความตอบกลับ

ให้แยกเป็นหัวข้อต่อไปนี้

1. ข้อเท็จจริงจากเอกสาร
2. ข้อสมมติที่ใช้ในการตรวจสอบ
3. รายการผิดปกติหรือควรตรวจเพิ่มเติม
4. เอกสารที่ควรขอเพิ่ม
5. ข้อสรุป
6. ระดับความมั่นใจโดยรวม พร้อมเหตุผล

ทุกข้อสรุปต้องระบุชื่อไฟล์และหน้าเอกสารที่ใช้อ้างอิง

ตรวจสอบและแทนที่ข้อมูลในวงเล็บก่อนนำไปใช้กับข้อมูลจริง

วิธีใช้งาน

1. อัพโหลดไฟล์ List เอกสารที่ต้องการให้ AI ช่วยตรวจสอบ (ข้อมูลจาก GL) 2. อัพโหลดไฟล์ดิจิตอลเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี เช่น PDF, รูปภาพ 3. Copy prompt ไปวาง